contact

การวางแผน ปกป้องอนาคตที่คุณรัก ด้วย สเต็มเซลล์ จาก “ ไขมัน “

ใครว่า ไขมัน ไม่มีประโยชน์ บางคนอยากเอา ไขมัน ในตัว ออกเพื่อรูปร่างที่ผอม เพรียว ดูดี แต่สิ่งหนึ่งที่ซ่อนความคงคุณค่า และ ประโยชน์อันมหาศาลอยู่ใน ไขมันของเรา นั่นคือ สเต็มเซลล์ ซึ่งทางวิทยาศาสตร์และในวงการแพทย์ทั่วโลก ได้วิจัย แล้วพบว่าในเนื้อเยื่อไขมันส่วนเกินนี้เองเป็นแหล่งหนึ่งที่มีเซลล์ต้นกำเนิดชนิดที่เรียกว่า “ มีเซนไคมอลสเต็มเซลล์ ( Messenchymal Stem Cells : MSCs )” ซึ่งในวงการแพทย์ สามารถนำเซลล์ต้นกำเนิดชนิดนี้ไปใช้รักษาโรคต่างๆได้ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ข้ออักเสบ และอื่นๆ เป็นต้น เนื่องจาก Messenchymal Stem Cells สามารถพัฒนาไปเป็นเซลล์ต่างๆ ได้ทุกชนิดในร่างกาย อาทิเช่น เซลล์เส้นประสาท เซลล์หัวใจ เซลล์กระดูก เซลล์กระดูกอ่อน เซลล์ตับอ่อน เป็นต้น จึงสามารถซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายและ โรคต่างๆที่เกิดจากความเสื่อมภายในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นเราจึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการ เตรียมพร้อมอนาคตด้านสุขภาพให้แก่ท่าน ได้ใช้ประโยชน์ทั้งในด้านของความงาม และ ในด้านสุขภาพแบบองค์รวม จากไขมันของตัวท่านเองซึ่งจะได้ประโยชน์สองต่อ นั่นคือ นำไขมันส่วนเกินออกทำให้เรามีรูปร่างที่ดี และยังได้ความคุ้มค่าในการใช้สเต็มเซลล์ของตัวเองเพื่อการรักษาโรคในอนาคตเมื่อคุณต้องการได้อีกด้วย เรามีการพัฒนาเทคโนโลยีในการจัดเก็บสเต็มเซลล์จากไขมัน ภายใต้ทีมผู้เชี่ยวชาญที่คอยดูแลและจัดเก็บสเต็มเซลล์ให้คุณอย่างดีเยี่ยม และปลอดภัยในทุกขั้นตอน

มีเซนไคมอลสเต็มเซลล์ ( MSCs ) คืออะไร

มีเซนไคมอล สเต็มเซลล์เป็นสเต็มเซลล์ชนิดหนึ่ง ซึ่งคุณสมบัติของสเต็มเซลล์ชนิดนี้ คือมีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงไปเป้นเซลล์ชนิดอื่น ๆ ได้ รวมถึงมีความสามารถในการเพิ่มจำนวนเซลล์ได้เรื่อย ๆ ซึ่งจากคุณสมบัติสองข้อนี้ทำให้มีการนำ มีเซนไคมอล สเต็มเซลล์ ( MSCs ) มาใช้ในการรักษาแบบเซลล์บำบัดอย่างมีประสิทธิภาพ

มีเซนไคมอลสเต็มเซลล์ ( MSCs ) สามารพบได้ที่ส่วนใดในร่างกาย

MSCs สามารถพบได้ทั้งในไขกระดูก สายสะดือ เลือดจากสายสะดือ รวมถึงไขมัน แต่ MSCs ที่พบในไขกระดูกนั้นมีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนที่พบได้จากสายสะดือและไขมัน

ประโยชน์จากการนำ มีเซนไคมอลสเต็มเซลล์ MSCs มาใช้ในทางการแพทย์

MMSCs มีการนำมาศึกษาทั้งทางห้องปฏิบัติการและทางคลินิกเพื่อนำมาใช้ทางการแพทย์ โดยมีการนำมาศึกษาสำหรับการใช้เพื่อการรักษาในด้านต่าง ๆ มีประมาณ 70 กว่าโรคที่ปัจจุบัน ผลการวิจัยบ่งบอกว่าทำให้อาการป่วยดีขึ้น โรคที่พบได้บ่อย และเริ่มมีการใช้จริงทางการแพทย์ ได้แก่ๆ ดังนี้

การรักษาด้านที่เกี่ยวกับผิวหนัง

เช่น การสร้างเซลล์ผิวหนังใหม่เพื่อซ่อมแซมส่วนที่เสียหายจากบาดแผล การนำมาใช้ในการรักษาแผลเป็น และใช้เพื่อป้องกันปัญหาด้านผิวพรรณที่เกิดจากรังสียูวี ความเสื่อมชรา และสารต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ

การรักษาทางด้านระบบประสาท

เช่น การสร้างเซลล์ประสาทใหม่แทนเซลล์ประสาทเดิม หรือการนำมาใช้กับผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน อัลไซเมอร์ ไขสันหลังบาดเจ็บ ไขสันหลังอักเสบ โรคหลอดเลือดสมองตีบหรือแตก อัมพฤกษ์ อัมพาต จอประสาทตาเสื่อม ซึ่งพบมากขึ้นเรื่อยๆตามอายุเฉลี่ยของประชากร การรักษาที่มีอยู่ในปัจจุบันอาจลดอาการได้บ้างแต่ไม่สามารถแก้ไขพยาธิสภาพของสมองซึ่งเซลล์สมองได้ตายไปแล้วได้ แต่พบว่าสเต็มเซลล์สามารถสร้างตัวเองเป็นเซลล์ประสาทได้ทุกชนิดและเซลล์ประสาทที่สร้างใหม่จะถูกโยกย้ายไปยังสมองเพื่อซ่อมแซมและป้องกันการสูญเสียของเซลล์ประสาทได้อีกด้วย

การรักษาทางด้านกระดูกและเส้นเอ็น

อาทิเช่น โรคไขข้ออักเสบ รูมาตอยด์ , โรคข้อเสื่อมต่างๆ เช่น ปัจจุบันใช้สเต็มเซลล์ในการฟื้นฟูข้อเข่าเสื่อม สเต็มเซลล์สามารถเร่งการซ่อมแซมการสึกกร่อนของกระดูกได้จริง ซึ่งการรักษาด้วย สเต็มเซลล์ ผู้ป่วยมีการตอบสนองดีกว่าการใช้ยาปฏิชีวนะ ที่มีผลข้างเคียงต่อตับ และไตสูง รวมถึงการผ่าตัดใส่ข้อเข่าเทียมในโรงพยาบาลที่รักษากันอยู่ในปัจจุบัน เป็นต้น

การนำมาใช้เพื่อสร้างกล้ามเนื้อหัวใจใหม่

โรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจตาย เส้นเลือดหัวใจอุดตันนั้นการรักษาที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่สามารถทดแทนหรือซ่อมแซมกล้ามเนื้อหัวใจหรือเส้นเลือดที่อุดตันได้ การฉีดสเต็มเซลล์เข้าสู่เส้นเลือดหัวใจของผู้ป่วยโรคหัวใจวายหรือหัวใจล้มเหลว สเต็มเซลล์จะสร้างเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจและเส้นเลือดใหม่ สามารถทำให้หัวใจทำงานดีขึ้นได้ โรคหลอดเลือดอื่นๆ เช่น โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

การนำมาใช้ในภาวะภูมิคุ้มกันโรคต่อต้านตนเอง

เช่น SLE หรือโรคพุ่มพวง มีรายงานว่าการใช้สเตมเซลล์ทำให้ผู้ป่วยอาการดีขึ้น ลดการใช้ยาได้ , โรคหอบหืด, โรคภูมิแพ้ เป็นต้น

การรักษาทางด้านโรคเบาหวาน

ซึ่งเป็นโรคที่เกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอกร่วมกับความเสี่ยงจากพันธุกรรม กลายเป็นหนึ่งในโรคที่พบบ่อยของมนุษย์ เบาหวานทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนมากมาย เช่นแผลเบาหวาน เบาหวานที่ไต สเต็มเซลล์สามารถนำมาใช้ในการรักษาแผลเบาหวานให้หายได้ และยังสามารถเปลี่ยนรูปเป็นเซลล์ซึ่งผลิตอินซูลินได้อีกด้วย ทำให้ ลดการใช้ยาได้ รวมถึงอาการต่างๆจากโรคดีขึ้น เช่น อาการชาปลายมือปลายเท้า ปัสสาวะบ่อย เหนื่อยง่าย

ใครสามารถใช้สเต็มเซลล์จากไขมันนี้ได้บ้าง

สเต็มเซลล์จากไขมันนั้นจัดเป็น autologous คือเป็นของผู้รับบริการเอง ดังนั้นผู้รับบริการจะสามารถใช้ประโยชน์ได้จากสเต็มเซลล์นี้โดยไม่มีความกังวลเรื่องการแพ้หรือการต่อต้านเซลล์ใหม่จากเซลล์ในร่างกายของเรา

ประโยชน์ที่ได้จากการเก็บสเต็มเซลล์จากไขมัน

เนื่องจากความสนใจในด้านสเต็มเซลล์เพื่อการรักษาและใช้ประโยชน์ทางด้านการแพทย์แบบบูรณาการชะลอวัย เพิ่มมากขึ้น ทำให้มีการคาดการณ์ว่าจะสามารถนำสเต็มเซลล์มาใช้ในการรักษามากขึ้นในอนาคต ซึ่งหากมีการวางแผน และเตรียมพร้อมที่จะเก็บสเต็มเซลล์ตั้งแต่วันนี้ เพื่อนำมาใช้ในอนาคตได้อย่างคุ้มค่า รวมถึงเป็นการลดระยะเวลาในการรักษาเนื่องจากสามารถทำการเบิกใช้กับทางห้องปฏิบัติการ วินเซลล์ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ได้ทันทีที่ต้องการ

ทำไมเราจึงควรเก็บสเต็มเซลล์ของตัวเอง

เพราะเมื่อเราอายุมากขึ้น สเต็มเซลล์ของเราก็จะมีอายุมากขึ้นตาม ซึ่งความเสื่อมถอยของเซลล์ในร่างกายจะมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ระบบของร่างกายเข้าสู่ภาวะเสื่อมชรา การเก็บสเต็มเซลล์จากไขมันในเวลาอันควรจึงมีประโยชน์อย่างมาก ต่อตัวผู้ที่เก็บเพื่อการใช้ประโยชน์ในอนาคต ทั้งในเรื่องของการชะลอวัย และรักษาโรคที่เราไม่คาดคิด ดั้งนั้น หากท่านมีความประสงค์จะทำการกำจัดไขมันส่วนเกินออก ท่านสามารถวางแผนเพื่อทำการเก็บสเต็มเซลล์จากไขมันได้ในคราวเดียวกัน เพื่อประโยชน์สูงสุดและคุ้มค่าในการรับบริการ

กระบวนการในการเก็บสเต็มเซลล์จากไขมัน

กระบวนการทั้งหมดแยกและเก็บสเต็มเซลล์จากไขมันดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญและอยู่ภายใต้กระบวนการทางห้องปฏิบัติการปลอดเชื้อที่มีมาตรฐานสูง

TH
EN