contact

Stem Cell Count

การตรวจนับจำนวนเซลล์ต้นกำเนิดในกระแสเลือด

ความสำคัญของเซลล์ต้นกำเนิดในกระแสเลือด
เซลล์ต้นกำเนิดผลิตที่ไขกระดูก และเคลื่อนตัวออกมาอยู่ในกระแสเลือด เพื่อไปยังอวัยวะเป้าหมายที่เสียหายและซ่อมแซม ดังนั้นระดับจำนวนของเซลล์ต้นกำเนิดในเลือดจะต้องมีมากเพียงพอ เพื่อซ่อมแซมและรักษาสมดุลการทำงานของอวัยวะต่างๆ (regeneration) เซลล์ต้นกำเนิดจะเข้าไปแบ่งตัวทดแทนเซลล์ที่เสื่อมและมีการส่งสัญญาณให้เซลล์มีการทำงานประสานกันได้สมบูรณ์ ดังนั้นผู้ที่มีระดับจำนวนเซลล์ต้นกำเนิดต่ำกว่าปกติจะมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรค

จำนวนสเต็มเซลล์ในกระแสเลือดบ่งบอกอะไร?
นักวิจัยชี้ว่า ระดับจำนวนสเต็มเซลล์ในกระแสเลือด (circulating stem cell) มีความสำคัญต่อสุขภาพ ผู้ที่มีระดับจำนวนสเต็มเซลล์ในกระแสเลือดที่มากพอจะมีสุขภาพดี ในขณะที่ผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจพบว่าระดับจำนวนสเต็มเซลล์อยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ นอกจากนี้ระดับจำนวน สเต็มเซลล์ที่ต่ำกว่าปกตินี้ยังพบว่ามีความสัมพันธ์กับโรคร้ายและลักษณะการดำเนินชีวิตที่ไม่เหมาะสม อาทิเช่น
• โรคเส้นเลือดตีบ (Stroke)
• โรคความจำเสื่อม (Alzheimer’s Disease)
• โรคปวดหัวแบบรุนแรง (Migraine)
• โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (Myocardial infarction)
• โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (Erectile dysfunction)
• สุขภาพของหลอดเลือด (Vascular heart)
• เนื้อเยื่อที่ได้รับบาดเจ็บ (Injured tissue)
• การสูบบุหรี่ เป็นต้น

ทำไมต้องมีการตรวจวัดจำนวนสเต็มเซลล์ในเลือด
สเต็มเซลล์หรือเซลล์ต้นกำเนิดจะทำหน้าที่คล้ายกับหน่วยกำลังสำรองของเซลล์ซึ่งเมื่ออวัยวะใดได้รับบาดเจ็บเช่นเมื่อได้รับอุบัติเหตุเกิดเป็นบาดแผล ร่างกายจะมีการตอบสนองโดยการปล่อยสเต็มเซลล์จากไขกระดูกออกสู่กระแสเลือดเพื่อเคลื่อนตัวไปยังบาดแผล สเต็มเซลล์จะแบ่งตัวเป็นเป็นเนื้อเยื่อต่างๆ ที่ทำงานได้อย่างจำเพาะเจาะจง เช่น ในกรณีนี้ สเต็มเซลล์จะแบ่งตัวเป็นเซลล์กล้ามเนื้อ ผิวหนังและหลอดเลือดทดแทนบริเวณบาดแผลที่บาดเจ็บ

นอกจากนี้ในผู้ป่วยบางโรคเช่นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (cardiovascular disease) ที่มีการรักษาโดยการขยายหลอดเลือดอาจเป็นการรักษาเพื่อประคับประคองอาการแต่แท้ที่จริงแล้วอาการของโรคไม่ได้หายไปงานวิจัยหลายชิ้นได้ชี้ให้เห็นว่าผู้ป่วยบางรายที่หายดีขึ้นเกือบเป็นปกติร่างกายมีจำนวนเต็มเซลล์ในกระแสเลือดที่สูงและสามารถแบ่งตัวเป็นเส้นเลือดใหม่ได้แต่กลุ่มผู้ป่วยที่ไม่หายและอาการแย่ลงพบว่ามี สเต็มเซลล์ในกระแสเลือดน้อยกว่าปกติ และอีกหลายโรคที่ได้อธิบายไปแล้วข้างต้นเช่นกัน จำนวนสเต็มเซลล์ที่ต่ำมากจะทำให้อาการของโรคไม่หายและมีอาการเรื้อรังดังนั้นหากมีการตรวจวัดระดับจำนวนสเต็มเซลล์ในกระแสเลือดจึงอาจเป็นวิธีตรวจเช็คที่ดีวิธีหนึ่งเพื่อที่จะทำให้แพทย์ทำการรักษาได้อย่างตรงจุด

การตรวดวัดระดับจำนวนสเต็มเซลล์ทำได้ที่ไหน?
ขณะนี้การตรวจวัดจำนวนสเต็มเซลล์เริ่มเป็นที่แพร่หลายในประเทศไทย การตรวจจะต้องถูกสั่งตรวจโดยแพทย์ สามารถตรวจได้ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ของรัฐ และคลินิกพิเศษที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเซลล์บำบัดซึ่งมีเพียงไม่กี่แห่งหลังจากมีการตรวจแล้วแพทย์จะให้คำแนะนำและวินิจฉัยการตรวจวัดระดับจำนวนสเต็มเซลล์โดยเฉพาะเซลล์ต้นกำเนิดหลอดเลือด (EndothelialProgenitor Cell, EPC) ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากในโรคหลอดเลือดทุกชนิดเช่น หลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง และโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

หากมีจำนวนสเต็มเซลล์ในเลือดต่ำกว่าปกติ ควรต้องทำอย่างไร?
นักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ชี้ให้เห็นว่าการที่มีระดับจำนวนสเต็มเซลล์ที่สูงมีความเชื่อมโยงกับการมีสุขภาพดีและการมีสุขภาพหลอดเลือดหัวใจที่ดีด้วยการมีระดับจำนวนสเต็มเซลล์ในกระแสเลือดต่ำ สามารถบอกได้ว่าร่างกายของคุณมีความเสื่อมสภาพได้ง่าย เนื่องจากไม่มีกลุ่มเซลล์สำรองเหลืออยู่มากนักหากเกิดการบาดเจ็บฉับพลันคุณอาจจะอำลาโลกนี้ไปก่อนวัยอันควรก็เป็นได้ คุณสามารถที่จะเกิดโรคได้ง่ายกว่า หรือการมีสเต็มเซลล์ในระดับต่ำนี้อาจเป็นตัวบอกความเสี่ยงต่อการเป็นโรคได้มากกว่าคนอื่น เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจโรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้นการตรวจวัดจำนวนนี้โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเซลล์บำบัดจะให้คำวินิจฉัยและให้คำแนะนำเรื่องการรักษาได้อย่างตรงจุดมากขึ้น

อะไรคือประโยชน์จากจำนวนเซลล์ต้นกำเนิดที่เพิ่มขึ้นในกระแสเลือด
นักวิจัยทางการแพทย์พบว่า จำนวนเซลล์ต้นกำเนิดในกระแสเลือดบ่งบอกถึงความมีสุขภาพดี นอกจากนี้จำนวน Stem Cell ในเลือดมีความสัมพันธ์กับสุขภาพของหลอดเลือดหัวใจ งานวิจัยของ Vasa ในปี 2001 พบว่ากลุ่มคนที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ (Vascular heart disease) หรือสุขภาพของหลอดเลือดไม่ดีจะมีปริมาณ Stem Cell ชนิด endothelial progenitor cells (EPC’s) หรือเซลล์ต้นกำเนิดหลอดเลือด ในกระแสเลือดน้อยกว่าคนปกติ แสดงว่าเซลล์ต้นกำเนิดชนิด EPC’s ช่วยในการสร้างหลอดเลือดทดแทนหลอดเลือดที่เสื่อมได้ นอกจากนี้การศึกษาวิจัยพบว่าผู้ที่มีระดับ EPC’s ในเลือดสูงจะมีโอกาสเกิดโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจต่ำกว่าและมีชีวิตที่ยืนยาวกว่าเซลล์ EPC’s ที่ถูกฉีดกลับเข้าไปในกระแสเลือด จะเคลื่อนตัวออกนอกหลอดเลือดสู่กล้ามเนื้อหัวใจบริเวณที่มีการขาดเลือด จะกระตุ้นให้เกิดการสร้างหลอดเลือดใหม่ขึ้นมาเพื่อให้เลือดสามารถไหลเวียนเข้ามายังกล้ามเนื้อหัวใจบริเวณนั้นได้มากขึ้นยิ่งไปกว่านั้น เซลล์ EPC’s ส่วนหนึ่งยังสามารถเปลี่ยนโครงสร้างกลายเป็นกล้ามเนื้อหัวใจได้ด้วย โดยจะหลอมรวมตัวเข้ากับกล้ามเนื้อหัวใจและหลั่งสาร cytokines ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นสื่อสัญญาณให้โมเลกุลและเซลล์อื่นๆ ในร่างกายเข้ามาช่วยฟื้นคืนสภาพกล้ามเนื้อหัวใจให้กลับมาทำงานได้ดีขึ้นกว่าเดิม เราจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นเรื่อยๆหลังจาก 1 เดือน และเห็นได้ชัดเจนเต็มที่เมื่อ 3-6 เดือนต่อมา


** Please click download     “ คู่มือการจัดเตรียมสิ่งส่งตรวจและการเก็บสิ่งส่งตรวจ Stem cell count “

TH
EN